วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การเดินทาง
จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 (เขื่อนสิริกิติ์ ถึงเขื่อนสิริกิติ์) ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตรครับ หรือนั่งรถโดยสารจากกรุงเทพ ไปลงที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และต่อรถโดยสารสายอุตรดิตถ์ ฟากท่า บ้านโคก รถจะจอดที่หอนาฬิกา ถนนสำราญรื่น หรือจะเหมารถแท็กซี่ บริเวณสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ก็ได้ครับ

ป้ายเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่สันเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อขับรถขึ้นไปบนสันเขื่อน ก็จะเห็นป้าย ตั้งอยู่นะครับ



หน้าโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์ จะผลิตกระแสไฟฟ้า ด้านหน้าโรงไฟฟ้า จะเป็นหม้อแปลง สำหรับ ผลิตกระแสไฟฟ้า ภายในโรงงานจะมีใบพัด ใบพัดนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อมีน้ำจากเขื่อนมาหมุน ทำให้ใบพัดหมุน เพื่อที่จะผลิตกระแสไฟฟ้า



ด้านหน้าเขื่อน มุมสูงครับ จะเห็นสันเขื่อนสิริกิติ์และโรงไฟฟ้า มีทิวทัศน์ที่สวยงามครับ น่าเที่ยวหรือป่าวครับ



แม่น้ำน่านครับ มีความยาว ที่สุดของแม่น้ำที่ไหลมาบรรจบกันครับ ยาวกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง รวมถึงแม่น้ำยมด้วยครับ สองฝั่ง มีพื้นที่ อุดมสมบูรณ์ ครับ

เขื่อนสิริกิติ์ก็ยังมีแพกลางน้ำ ไว้พักผ่อนยามค่ำคืน มีอาหารให้รับประทานด้วยครับ บรรยากาศแสนโรแมนติก

ถ้าต้องการจะตกปลา ก็ได้ครับ เอาเตรียม คันเบ็ดไป และเหยื่อ เราก็ตกปลาได้เช่นกันครับ

เป็นไงบ้างครับ เขื่อนสิริกิติ์ น่าเที่ยวหรือป่าวครับ แต่ยังไม่หมดเท่านี้ครับ สถานท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์

แต่จะมีให้มาให้ท่องกันอีกเยอะแยะมากมายเลยครับ

แต่สำหรับวันนี้ เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันนะครับ

ติดตามบล็อกต่อไปได้ในวันต่อๆไปครับ

สวัสดีครับ










ลืมไป !!!! ยังไม่ได้บอก การเดินทางไปเขื่อนสิริกิติ์เลยครับ คิดได้ก็เลยกลับมาบอกครับ อิอิ *-*



มาอ่านต่อจากบล็อกก่อนหน้านี้เลยนะครับ



****การเดินทางไปเขื่อนสิริกิติ์ ****
จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 (เขื่อนสิริกิติ์-ท่าปลา) ถึงเขื่อนสิริกิติ์ ระยะทาง 58 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากกรุงเทพฯ ไปลงที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และต่อ รถโดยสารสายอุตรดิตถ์-ฟากท่า-บ้านโคก รถจะจอดที่หอนาฬิกา ถนนสำราญรื่น หรือจะเหมารถแท๊กซี่บริเวณสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ก็ได้เหมือนกันนะครับ


เมื่อเดินทางมาถึงก็จะเห็นสนามกอล์ฟ เพลินตา หญ้า สวยๆๆ ใครที่เล่นกอล์ฟเป็นก็ นำไม้กอล์ฟ มาตีกอล์ฟ หรือจะมาเช่าก็มีให้เช่าเช่นกันครับ ซ้อมฝีมือไปพรางๆๆ พักผ่อนไปในตัว มีบริการจากแคดดี้ด้วยนะครับ ใครอยากออกรอบก็เชิญเลยนะครับ!!!!





ขับเข้ามาในเขื่อน ก็จะเห็นโรงไฟฟ้าหน้าเขื่อน ซึ่งที่เขื่อนสิริกิติ์นี้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้พลังงานน้ำ ที่ปล่อยระบายออกจากเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อมาหมุนกังหันน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั่นเอง น้ำที่ปล่อยมาผลิตกระแสไฟฟ้าไหลออกมา ก็ยังนำน้ำมาใช้ในการเกษตรกรรมได้อีก







เมื่อขึ้นมาบนสันเขื่อนเราก็จะเห็นป้าย ของเขื่อนสิริกิติ์ ป้ายนี้ จะเขียนประวัติ ของเขื่อน ไว้ให้ได้อ่านกันนะครับ






แพกลางน้ำ หลังเขื่อนสิริกิติ์ เราต้องการทานอะไร ก็โทรสั่ง เดี๋ยวก็









วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เขื่อนสิริกิติ์



มาตาม สัญญานะครับ ต่อจากเมื่อวาน ที่มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ ไปแล้ว วันนี้เรามาเจาะ ลึก


ลงถึงประวัติ ของเขื่อนสิริกิติ์กันนะครับ




เขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนา ลุ่มน้ำน่าน เดิมชื่อ เขื่อนผาซ่อม


ต่อมาได้รับพระบรมราชานุฐาติให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์


พระบรมราชินีนาถขนานนามว่า เขื่อนสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511


ก่อสร้างขึ้น เพื่อปิดกันแม่น้ำน่าน ณ บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด


อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ไปทางทิศตะวันออก


ประมาณ 58 กิโลเมตร







ประวัติแม่น้ำน่าน
แม่น้ำน่านนับเป็นลำน้ำสาขาสำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มีต้นกำเนิดจากดอยภูแว ในเทือกเขา หลวงพระบาง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนกับประเทศสาธรณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ในเขตท้องที่อำเภอปัว จังหวัน่าน ลำน้ำน่านตอนต้นไหลไปทางทิศเหนือคดเคี้ยวไปทางทิศตะวันตก แล้วไหลผ่านอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ในช่วงนี้จะมีที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ติดต่อกันจนถึง อำเภอสา จังหวัดน่าน แต่ก็เป็นที่ราบแคบๆ จากนั้นแม่น้ำน่านจะไหลผ่านหุบเขา ในเขตพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เข้าเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์แล้วไหลไปทางทิศใต้ผ่านจังหวัด อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิต ไปบรรจบกับแม่น้ำยม ที่เภอเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหล รวมกับแม่น้ำปิง ที่ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไปโดยมีความยาวตลอดลำน้ำถึง 615 กิโลเมตร ซึ่งนับว่ายาวที่สุด ในบรรดาแควต้นน้ำเจ้าพระยาด้วยกัน และมีพื้นที่ลุ่มน้ำถึง 33,130 ตารางกิโลเมตรที่ราบสองฝั่ง แม่น้ำน่าน ตั้งแต่จังหวัดอุตริดตถ์ลงมาจำนวนร 1,800,000 ไร่ ในเขตชลประทานพิษณุโลก นับว่าเป็นทุ่งราบที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศ และเหมาะกับการเกษตรกรรมอย่างยิ่ง ซ่งแต่ก่อนมักถูกน้ำท่วมประจำ เพราะไม่มีระบบควบคุมน้ำ รัฐบาลจังได้มีการวางแผนพัฒนา ลุ่มน้ำน่านขึ้นมา 3 ระยะคือ



ระยะที่ 1 ก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในอ่างสำหรับประโยชน์ ทางด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า


ระยะที่ 2 ก่อสร้างเขื่อนนเรศวรขึ้นที่บ้านหาดใหญ่ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เป็นเขื่อนทดน้ำพร้อมทั้งก่อสร้างระบบส่งน้ำสำหรับพื้นที่สองฝั่งในอภเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอบางระกำ และอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก กับอำเภอสามง่าม อำเภอเมือง และอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร รวมพื้นที่ ประมาณ 678,000 ไร่ โครงการระยะที่ 2 นี้ ได้เริ่มงานก่อสร้างเบื้องต้น เมื่อ พ.ศ.2512 แล้วเสร็จปี พ.ศ.2527


ระยะที่ 3 ก่อสร้างเขื่อนอุตรดิตถ์ที่บ้านผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อทดน้ำและมีระบบส่งน้ำสำหรับพื้นที่สองฝั่งอำเภอเมือง อำเภอลับแล อำเภอตรอน และ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ กับอำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอเมือง อำเภอวังทอง และ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก รวมพื้นที่ประมาณ 873,000 ไร่โครงการระยะที่ 3 นี้ ยังไม่ได้ดำเนินการ แผนพัฒนาลุ่มน้ำน่านนี้ เป็นการวางแผนที่จะนำน้ำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่างเต็มที่ จึงได้วางแผนให้เกี่ยวโยงกันทั่้วลุ่มน้ำคือตั้งแต่ต้นนน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นการวางแผนนที่จะนำน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ จึงได้วางแผนให้เกี่ยวโยงกันทั่วลุ่มน้ำคือ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ กำหนดระบบวิธีจัดเก็บและการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ จึงได้วางแผนให้เกี่ยวโยงกันทั่วลุ่มน้ำคือตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ กำหนดวิธีจัดเก็บ และการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์หลายๆอย่าง รวมทั้งได้กำหนดขั้นตอนของการพัฒนา ให้เหมาะสมกับภาวะท้องที่เป็นระยะๆ ไป โดยท้องที่ส่วนใหญ่ของทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่าน มักถูกน้ำท่วมเป็ฯประจำ การพัฒนา จึงต้องสร้างเขื่อนเก็บน้ำข้นก่อนที่จะสร้างเขื่อนทดน้ำ และระบบส่งน้ำ เพราะหากก่อสร้างเขื่อนทดน้ำและระบบส่งน้ำก่อน น้ำที่ท่วมนองนอกจาก จะยังสร้างความเสียหายให้แก่การเพาะปลูกเช่นเดิมแล้ว ยังทำความเสียหายให้แก่งานก่อสร้างเขื่อน ทดน้ำและระบบส่งน้ำอีกด้วย ดังนั้นได้มีการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเขื่อนเก็บน้ำ ขึ้นก่อนเขื่อนอื่นๆ


การดำเนินการก่อสร้าง

การก่อสร้งเขื่อนสิริกิติ์ได้แบ่งงานออกเป็นสองส่วนคือส่วนตัวเขื่อนและองค์ประกอลกับส่วนโรงไฟฟ้าและองค์ประกอบ การก่อสร้างตัวเขื่อนและองค์ประกอบดำเนินการ โดยกรมชลประทาน งานด้านนี้เป็นการก่อสร้งถนน เข้าหัวงาน ท่าเทียบเรือ งานเปิดหน้าดิน งานก่อสร้าง ตัวเขื่อน อุโมงค์ผันน้ำ อุโทวส่งน้ำลงแม่น้ำ อุโมงค์ส่งน้ำเข้าเครื่องกังหันน้ำ อาคารรับน้ำอุโมงค์ระบายน้ำล้น งานขุดดินและหินบริเวณ ฐานราก ของโรงไฟฟ้า งานก่อสร้างตัวเขื่อน และองค์ประกอบได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางจ้าบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ เขื่อนสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2514 งานก่อสร้างตัวเขื่อน และองค์ประกอบได้แล้วเสร็จเมื่อปี 2515


โรงไฟฟ้าและองค์ประกอบได้แล้วเสร็จเมื่อปี 2517 พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิริกิติ์ และโรงไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ เมื่อวันท่ 4 มีนาคม 2520 หลังจากงานก่อสร้างเขื่อน และโรงไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วกรมชลประทาน ได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รับผิดชอบในการควบคุมดูแลรักษาเขื่อน




วันนี้คงไว้แค่นี้ก่อนนะครับ เพราะว่าผมพิม ด้วยตัวเองทั้งหมด ศึกษาจากการอ่านหนังสือ ทำให้ใช้เวลาในการพิมนานมาก อิอิ
พรุ่งนี้ ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เกริ่นๆไว้ตั้งแต่บล็อกแรก พรุ่งนี้เจอกัน เวลาเดิมนะครับ
สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สวัสดีคับ วันนี้ผมมาแนะนำสถานที่่ท่องเที่ยว
ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คับ




สถานที่ท่องเที่ยงของจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็มีอยู่หลายแห่งเหมือนกันครับ จะเป็นที่ไหนบ้าง วันนี้ผมจะมาแนะนำ ไว้นิดหน่อยละกันนะคับ

เรามารู้จัก สถานที่ท่องเที่ยว ของจังหวัดอุตรดิตถ์เลยละกันนะคับ


1.เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก





2.วนอุทยานสักใหญ่ เป็นต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยนะครับ





3.น้ำตกแม่พูล



4.ภูสอยดาว


วันนี้เป็นบล็อกแรกนะคับ ผมมาเกริ่นๆไว้ก่อนนะคับ ถ้าไงพุ่งนี้ก็มาติดตาม สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้นะครับ พรุ่งนี้ ผมจะมาเจาะลึกถึงประวัติ ของเขื่อนสิริกิติ์นะครับ วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนนะครับ
(พรุ่งนี้เวลาเดิมนะครับ )